วันศุกร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ดอก รักเอย...เพราะรักดอก จึงบอกเจ้า อาจมิเข้าใจในวิธีการ เมื่อวานจึ่งนองน้ำตา


...ต้นตะขบใหญ่หน้าคุ้มฯโค่นถอนรากขึ้นมาน่าสงสาร อาจจะเป็นเพราะดินยุบอ่อนตัวจากฝนตกมาหลายวัน เป็นห่วงนกหนูกระรอกกระแตที่อาศัย ร่มเงาและหมากผลยังชีพต่อชีวิต
จากนี้คงลำบากหากิน โอเอย...วัฏจักร
...ในคุ้มฯปลูกต้นดอกรักไว้หลายร้อยกอ ดอกรักที่เคยอยู่สองข้างทางผ่าน ต้นรักที่เคยยืนต้นเดียวดายคล้ายรอใครสักคนมาบอกรัก ฝนมา น้ำมาก หรือดินร้อนฝนแล้งแดดแรง ลมกระหน่ำ ต้นรักก็ยังออกดอกคงทนอยู่สองข้างทาง คำหยาดชอบขับรถไปตามถนนสายไกลเรือน เขาเที่ยวเสาะหาดอกรักข้างทางมาปลูกไว้ในคุ้มฯ ปลูกไว้บอกรักคนที่เรารัก ปลูกไว้ขอบคุณคนที่รักเรา ด้วยดอกรักเป็นไม้มงคลคู่แผ่นดิน มาแต่โบราณกาล มีลักษณะดอกพิเศษเหนือดอกไม้ชนิดใด เป็นส่วนประกอบสำคัญของมาลัย ใช้ในงานมงคลของชีวิตทุกงานจนกระทั่งงานสุดท้ายของชีวิต, งานศพ และด้วยเหตุผลส่วนตนว่านางผูู้้เป็นที่รักของเขารักเจ้าดอกรักเหลือเกิน ดอกรักสามสี ขาว ม่วง ชมพูอมแดง ก่อความยินดีให้เกิดกับเขาทุกครั้งที่ได้เห็น คิดถึงเมื่อวาน...นาน...นานนับ การโคจรรอบดวงอทิตย์ได้เป็น ร้อย ครั้งนั้น แผ่นดินล้านช้างยังสมบูรณ์พร้อมด้วยวิถีชีวิตกายเนื้อของนางและหมู่มวลบริวาร คุ้มเรือนหลวงของนางอยู่ข้างวัด เสียงพระตีระฆังจังหันเช้ายังก้องอยู่ ในโสตทรงจำ เสียงกลองเพลยังย่ำทุ้มที่กลางใจ เสียงกลองแลงลั่นก้องไกลให้ระลึก คิดถึงวันศีลใหญ่สิบห้าค่ำ ศีลน้อยแปดค่ำ นางผู้ที่รักจักพาเหล่าบริวารไปค้างคืนที่วัดเพื่อปฏิบัติธรรมรวมกับผู้เฒ่าผู้แก่ลูกหลานของคนในคุ้มฯ วิถีสงบที่สมดุลดำเนินวนเวียนไม่ เคยจบสิ้น ในความทรงจำในใจของเขา นางเอยอ้ายสิพาเจ้าคืนเฮือน พาเจ้ากลับไปร้อยดอกรักเสียบก้านทางมะพร้าวใส่แจกันดินเผางามๆไปวัดทุกวันศีล อ้ายสิให้เวลาอยู่กับเจ้า เข้าใจในกิจแห่งสุนทรีย์ เพื่อเสพรสความสงบเสถียรให้มากกว่า ที่เคยเป็นมา นางเอย...

ดอกรักขาวข้างเรือน เตือนให้คิดถึง
คราครั้งหนึ่ง เคยรักสมัครสมาน
มาวันนี้ผ่านเวลามาช้านาน เรื่องวันวานยังอยู่มิรู้เลือน

29 พฤษภาคม 2010 เวลา 11:09 น.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น