วันจันทร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2553

เลาะเลียบคันนา ค่า่ย ศ.บุณศรี

มาบัดนี้ ฝนลงเดือนหกฝนตกเดือนเจ็ด    ได้เวลาลงไฮ่เฮ็ดนา ตกกล้าปลูกข้าวปักดำ    เมื่อกาลครั้งเก่าหมู่เฮายังจำ ทุกสิ่งที่ทำจากแรงด้วยใจ

มาถึง ณ กาล ปัจจุบัน ต่างเร่งวันเร่งเวลา    ข้าวกล้ามนุษย์มนาจีเอ็มโอ เติบโตลัดขั้นตอนบั่นทอนอายุขัย  

หวังทำทุกอย่างให้เป็นไปดั่งใจ  ไม่รู้หรือไรว่าเร่งวันตาย

เขียวเอยเขียวข้าว หนาวลมฝน แต่อุ่นลมหายใจ

พี่บิ๊กควายเปรียบได้ดั่งของรักษาผืนนาของเรา


 2 มิถุนายน 2010 เวลา 14:29 น.

วันเสาร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2553

วิสาขา บูชาวันเพ็ญ

ครานั้นนานมา วิสาขบูชาวันพระเมืองลาว
ตอนเช้าไปวัดถวายจังหัน บ่ายมาร่วมกันถวายภัตราตกมายามแสงสิ้นแสงสุริยา ผู้คนพร้อมหน้าเวียนเทียนด้วยกัน
ผู้เฒ่าผู้แก่พ่อแม่ลูกหลาน ล้วนจิตชื่นบานสันดานถูกขัดเกลา

* สยาม *ครานี้ต่อมา ถึงเวลาของชนคนรุ่นหลัง
ละทิ้งเพพังของดีครั้งมารดา เข้าวัดเข้าวาน้องยาเธอนุ่งขาสั้น คงไม่ถึงกับต้องไปดูงานกับสาวเวียง จันทร์ พวกเธอเหล่านั้นยังนุ่งผ้าซิ่นงาม ๆ จะตามอย่างใครเลือกให้ดีๆ ฝรั่งมากมียังชอบของดีเมืองไทย

31 พฤษภาคม 2010 เวลา 21:00 น.

แม่ ศรีบุญเรือน แม่เพื่อนจริยาดี แม่ผู้มีวาจางาม

วันนี้เข้าร้านเปิดร้าน07.0
0-15.40 วันนี้เงียบเป็นพิเศษ พี่หยกก็เข้าค่ายฯแต่เช้าและหิวแต่เช้า เลยจัดให้เหวยซะไม่งั้นงอแง วันนี้มีเรื่องจะเล่าให้ฟัง...
ว่างๆนอกจากจะนั่งสูดลมหายใจทำ สมาธิแล้ว ฉันชอบดูมดขนอาหาร มันให้ความรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นพระราชา ที่คอยปกปักชาวเมืองเหมือนในนิทาน ฉันลองแกล้งเขี่ยเศษอาหารให้กระ เด็นไปทางอื่นบ้าง จับพลพรรคไปปล่อยนอกลู่นอกทางบ้าง สักเดี๋ยว...มันก็กลับมาเข้าแถวเหมือนเดิม ...ดูแปลกๆ เหมือนกับที่มดบางตัวไม่ได้แบก อะไรเลย ได้แต่เดินดุ่มๆไปเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมาย หนวดของมันตวัดกวัดแกว่งเหมือนเรดาร์ ตรวจจับข้าศึก เหมือนมันกำลังเดินเล่น ไม่สนใจพวกพ้องมากกว่า ฉันทนดูอยู่นาน ... จนรู้สึกว่าน่าจะมีใครสักคนออกมาต่อว่าเจ้านอกคอกตัวนั้น ***ผิดคาด***...มันฉายเดี่ยวออกไปจนพบเศษอาหารใหม่ แทนที่มันจะรีบแบกกลับมาเอาหน้า เผื่อจะไม่มีใครตัวไหนตำหนิ ว่า*อู้งาน* มันกลับเดินไปหามดตัวหนึ่งในขบวนลำเลียง คุยกันด้วยภาษาหนวดแป๊บเดียว มดอีกกลุ่มก็ตั้งขบวนไปขนอาหาร กองใหม่ ฉันอึ้ง...เจ้ามดนอกคอกตัวนั้นมันคงอยากบอกฉันว่า *ถ้าเป้าหมยที่ตั้งไว้อยู่ไกล จนมองไม่เห็น การก้าวช่วงแรกอาจสะเปะสะปะไปบ้าง ก็จงตั้งหน้าตั้งตาหาไป อย่าท้อ*
แม้ยังไม่เห็นปลายทางก็จงมีความ มุ่งหวัง หากใครจะตราหน้าว่าไร้ประประโยชน์ ก็ช่างเขา ใจเราจะตั้งมั่นไว้

(คัดลอกจากจดหมายเหตุรายวันของ ค่ายศ.บุณศรีซึ่งแม่ศรีบุญเรือน เขียนถึงพี่หยก)


31 พฤษภาคม 2010 เวลา 18:25 น

วันศุกร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ดอก รักเอย...เพราะรักดอก จึงบอกเจ้า อาจมิเข้าใจในวิธีการ เมื่อวานจึ่งนองน้ำตา


...ต้นตะขบใหญ่หน้าคุ้มฯโค่นถอนรากขึ้นมาน่าสงสาร อาจจะเป็นเพราะดินยุบอ่อนตัวจากฝนตกมาหลายวัน เป็นห่วงนกหนูกระรอกกระแตที่อาศัย ร่มเงาและหมากผลยังชีพต่อชีวิต
จากนี้คงลำบากหากิน โอเอย...วัฏจักร
...ในคุ้มฯปลูกต้นดอกรักไว้หลายร้อยกอ ดอกรักที่เคยอยู่สองข้างทางผ่าน ต้นรักที่เคยยืนต้นเดียวดายคล้ายรอใครสักคนมาบอกรัก ฝนมา น้ำมาก หรือดินร้อนฝนแล้งแดดแรง ลมกระหน่ำ ต้นรักก็ยังออกดอกคงทนอยู่สองข้างทาง คำหยาดชอบขับรถไปตามถนนสายไกลเรือน เขาเที่ยวเสาะหาดอกรักข้างทางมาปลูกไว้ในคุ้มฯ ปลูกไว้บอกรักคนที่เรารัก ปลูกไว้ขอบคุณคนที่รักเรา ด้วยดอกรักเป็นไม้มงคลคู่แผ่นดิน มาแต่โบราณกาล มีลักษณะดอกพิเศษเหนือดอกไม้ชนิดใด เป็นส่วนประกอบสำคัญของมาลัย ใช้ในงานมงคลของชีวิตทุกงานจนกระทั่งงานสุดท้ายของชีวิต, งานศพ และด้วยเหตุผลส่วนตนว่านางผูู้้เป็นที่รักของเขารักเจ้าดอกรักเหลือเกิน ดอกรักสามสี ขาว ม่วง ชมพูอมแดง ก่อความยินดีให้เกิดกับเขาทุกครั้งที่ได้เห็น คิดถึงเมื่อวาน...นาน...นานนับ การโคจรรอบดวงอทิตย์ได้เป็น ร้อย ครั้งนั้น แผ่นดินล้านช้างยังสมบูรณ์พร้อมด้วยวิถีชีวิตกายเนื้อของนางและหมู่มวลบริวาร คุ้มเรือนหลวงของนางอยู่ข้างวัด เสียงพระตีระฆังจังหันเช้ายังก้องอยู่ ในโสตทรงจำ เสียงกลองเพลยังย่ำทุ้มที่กลางใจ เสียงกลองแลงลั่นก้องไกลให้ระลึก คิดถึงวันศีลใหญ่สิบห้าค่ำ ศีลน้อยแปดค่ำ นางผู้ที่รักจักพาเหล่าบริวารไปค้างคืนที่วัดเพื่อปฏิบัติธรรมรวมกับผู้เฒ่าผู้แก่ลูกหลานของคนในคุ้มฯ วิถีสงบที่สมดุลดำเนินวนเวียนไม่ เคยจบสิ้น ในความทรงจำในใจของเขา นางเอยอ้ายสิพาเจ้าคืนเฮือน พาเจ้ากลับไปร้อยดอกรักเสียบก้านทางมะพร้าวใส่แจกันดินเผางามๆไปวัดทุกวันศีล อ้ายสิให้เวลาอยู่กับเจ้า เข้าใจในกิจแห่งสุนทรีย์ เพื่อเสพรสความสงบเสถียรให้มากกว่า ที่เคยเป็นมา นางเอย...

ดอกรักขาวข้างเรือน เตือนให้คิดถึง
คราครั้งหนึ่ง เคยรักสมัครสมาน
มาวันนี้ผ่านเวลามาช้านาน เรื่องวันวานยังอยู่มิรู้เลือน

29 พฤษภาคม 2010 เวลา 11:09 น.

*ก้าน ของ* จองจำไว้ กับของ ...นอกกาย แต่ค้างกลางใจ แบ่ง ปัน

*ก้าน ของ* จองจำไว้ กับของ ...นอกกาย แต่ค้างกลางใจแบ่ง ปัน

ฝนตกติดๆกันมาหลายวัน ที่คุ้มหลวงบุญสร้างชุ่มน้ำ
ต้นไม้ใบเขียวอิ่มน้ำเต็มที่ *คำหยาด* หนุ่มใหญ่เจ้าของคุ้มฯสำรวจต้นไม้ในสวน แล้วตั้งใจว่าฝนนี้จะลงต้นจำปีเพิ่มที่ท้ายคุ้มฯอีก200ต้น แต่จะลงสลับกับไม้ตัวอื่นด้วย หากยังมิปลงใจจักลงต้นไม้ชนิดใดบ้าง เพื่อ้ช่วยส่งเสริมต้นจำปีดอกไม้ของแม่นายฯให้เติบโตสมบูรณ์
และสามารถเก็บผลผลิดได้ในระยะ สั้นพร้อมเกื้อกูลทุกชีวิตใน ค่ายฯให้อยู่เย็นเป็นสุข จักต้องเพิ่มไผ่ชิดรั้วเอาไว้เพื่อ กันลมอีก ลมหนาวปีนี้คงแรงร้ายกว่าปีกลาย ด้วยลมร้อนปีนี้ได้คร่าชีวิตคนไปแล้วนับสิบ แม้นลมร้อน ลมแห่งการคงอยู่ของชีวิตทำเยี่ ยงนั้นได้ เหมันต์วา ยุแห่งการจำพรากคงมิยอมน้อยหน้าแน่แท้



วันพฤหัสบดีที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2553

โอ้ ดวงจำปา บุปผาเมืองลาว


แม่ศรีเอย
กาลบัดนี้ แผ่นดินสยามเดินทางมาถึงจุด
เพิ่มเติมในประวัติศาสตร ์ว่ามีเหตุแห่งความขัดแย้งเกิด ขึ้นในอาณาจักร มันเป็นเพียงเรื่องธรรมดาของมวลมนุษย์ปกติของสังคม มันมีมาแล้วทุกยุคทุกสมัยมีการ จดบันทึกผ่านกาลเวลา มีเรื่องราวร่องรอยผ่านซากอารยธรรมทิ้งไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา แต่ไม่เคยทำความเข้าใจให้ตรงจริง เพราะมันก็เกิดซ้ำซากอีก หรือแตกต่างจากเดิมไปไม่กี่องศา แต่ก็ด้วยเหตุผลเดิม

นครแก่นขามตกอยู่ในสถาวะฉุกเฉิน เช่นเดียวกับอีกหลายนครใน สยามประเทศ มีประกาศพระราชกำหนดปกครองแผ่นดินในสภาวการณ์ฉุกเฉินออกมาใช้
ห้ามออกนอกเคหะสถานยามวิกาล บ้านเมืองเงียบเชียบ ถนนหนทางโล่งไร้รถรา เสาไฟถนนส่องแสงสลัวยืนต้นอ้างว้าง มีเหล่าต้นคูณเคียงข้างร้องเพลงประสานเสียงกับสายลมให้ฟัง บทเพลงสายฝน

สัปดาห์นี้ฝนตกทุกวัน ที่คุ้มหลวงฯ ของเราลมแรงนัก ให้เป็นห่วงต้นจำปีของแม่นาย ว่าจะยืนต้นสู้แรงลมฝนได้หรือไม่ ได้แต่อธิษฐาน ขอให้มวลพฤกษาแม่นายแข็งแกร่ง อดทนจนได้เติบใหญ่สง่างามเยี่ยงแม่นายด้วยเถิด ช่วงนี้น้ำขึ้นบัวก้านยาวแข่งกัน ยืดตัวขึ้นเหนือน้ำ
แม่บ้านที่คุ้มฯ ต้มเม็ดบัวมาให้กิน เห็นแล้วคิดถึงนางเหลือเกิน ดอกบัวบานมาแล้วกี่รุ่น จนกลายเป็นฝักบัวเปลี่ยนเป็นเม็ด บัว โรยราร้างเหมือนนางที่ห่างไกล ไปทุกที ป่านนี้นางอยู่ที่ไหน ดีร้ายประการใด ทุกข์ร้อนไฉน ใครจักเป็นผู้ดูแล แม่ศรีฯ เอย แม่ศรีเลือนลาง แม่นางห่างร้าง แม่อยู่ทางใด

คืนนี้ฝนตกหนัก ลมฝนหอบไอชื้นและกลิ่นหอมของดอกจำปีเข้ามาพร้อมละอองฝนเย็น ๆ ชายหนุ่มเจ้าของเรือนหลวงบุญสร้าง เรือนไม้สักหลังงามกลางสวนไม้ดอกหอมพุทธบูชา พาตัวเองลุกจากเสื่อกกผืนงามกลาง เรือนกว้าง หลังจากที่นั่งสมาธิเข้าฌาณนิ่งมาตั้งแต่หลังเพลจนล่วงเข้าห้าทุ่ม ลุเข้าสู่ยามนี้สายลมพาน้ำฝนผ่าน หน้าต่างเข้ามาเปียกพื้นกระดาน เรือน ชายหนุ่มเดินไปปิดหน้าต่างก่อน จะเดินออกมาระเบียงหน้าเรือ นเพื่อแผ่เมตตาให้สรรพชีวิ ตในอาณาเขตคุ้มหลวงฯ และทุกสรรพชีวิตในสากลจักรวาล
"ขออานิสงค์แห่งการสักการะบูชา พระรัตนไตย และด้วยจิตอนุโมทนาในกุศลที่ทุกผู้ทุกนามได้สร้างทำ ขอให้กลายเป็นพลังเกื้อกูลให้ท ุกดวงจิตผ่องใสชื่นบาน สำเร็จสุขทุกประการที่มุ่งหวัง ล่วงทุกข์สร่างโศกที่กำลังเผชิญด้วยเถิด

25 พฤษภาคม 2010 เวลา 21:47 น.

ฝนเอยฝนมา จากน้ำคำกลายเป็นน้ำตา น้ำฟ้าจะช่วยล้างใจ ลืมเถิดลืมมันไป อะไรๆมันก็แค่สายลม

20 พฤษภาคม 2010 เวลา 19:22 น

แม่หญิงเอย....
อยากให้เจ้าได้รู้ว่าดอกไม้หอม ของเจ้าออกดอกแข่งกับลมฝนชื้้น ๆไอฝนเย็นๆ อ้ายเฝ้ามองมันเหมือนหนึ่งดั่งดูแลเจ้า อยู่ที่ใดเล่าแม่เอย มาเถิด... กลับสู่เรือนของเจ้า