สวัสดีขอ รับ
วันนี้จะ พาไปชมการทำบังไฟกันนะครับ
สถาน ที่ทำบั้งไฟเราเรียกว่าค่ายบั้งไฟ เหมือนค่ายมวยเลยครับ แต่ละค่ายก็จะมีสูตรในการทำที่เป็นเอกลักษณ์ของตน โดยเฉพาะ สูตรการ "หมื้อ" (คือดินประสิวผสมกับถ่านไม้ที่ตำละเอียด) ซึ่งถือเป็นความลับทีเดียว
"หมื้อ" นี้นอกจากจะเอามาทำเชื้อเพลิงขับเคลื่อนบั ้งไฟ แล้ว คนโบราณยังเอามาทำดินปืนในการล่าสัตว์ด้วยขอรับ
สำหรับ บั้งไฟที่กระผมจะพาไปชมนั้นเราเรียก
บั้งไฟหาง นั้นมีส่วนประกอบหลัก ๆ สามส่วนด้วยกันครับ เลา,หางและลูกบั้งไฟ
เลา บั้งไฟ ก็คือส่วนที่ใช้บรรจุ หมื้อ
...เมื่อก่อนนี้นานมา...เลาบั้งไฟทำ จากไม้ ไผ่ทะลวงปล้อง ทะลุถึงกันหมด ตรงปลาย แล้วบรรจุ หมื้อไว้ภายใน
...ต่อมาได้มีการ พัฒนาเอาท่อน้ำ แบบเหล็กมา ให้แทน
...จน ใน ปัจจุบัน ได้พัฒนามาเป็นท่อ PVC ขนาดต่าง ๆ
สำหรับในภาพนั้น เป็นการนำผ้าชุบน้ำ พันปลายเลาเอาไว้ แล้วไปอังไฟ ให้อ่อน จากนั้นมากดลงในภาชนะที่มีก้นคล้ายครกแตกเ พื่อ ให้ปลายของเลาแคบกว่าเส้นผ่านศูนย์กลา งของ ลำเลา
(ผม ไม่ได้สอบถามในรายละเอียดส่วนนี้มาขอโท ษนำ เด้อ)
ในขั้นตอนนี้ใช้คน 2-3 คนขอรับ
*ทราย ละเอียดจะทำหน้าที่กระจายแรงออกไปทุก ๆ ทิศทำให้เลาบั้งไฟไม่ แตก ไม่เบี้ยว
ผมได้รับข้อมูลจากช่างมาว่า รูที่อยู่ทางท้ายของก้นบั้งไฟนั้นขนานเส้นผ่านศูนย์กลางจะใหญ่ ยิ่งลึกเข้าไปทางหัว ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางก็จะเล็กลงไปเรื่อย ๆ ขอรับ
สมัย ก่อน นั้น การเอารูก็เป็นขั้นตอนสำคัญเช่นกัน หากเอารูแล้วไม่ตรงก็มีผลต่อการขึ้น หรือระเบิดได้ หรือหากเอารูแล้ว ไปขูดกับด้านในของเลาบั้งไฟก็จะทำให้ระเบิ ดได้ เช่นกัน
ปัจจุบันในการเอารู้ นั้นมีเครื่องทุ่นแรงม าช่วย มากขึ้นไม่ว่าจะเป็นสว่าน หรือเครื่องที่ดัดแปลงมาสำหรับเอารูโดยเฉพ าะ
บั้งไฟหมื่นที่เห็น ๆ กันนั้นส่วนมากจะเอารูกัน 5 ที (ใช้เหล็ก 5 ขนาด) หากเป็นบั้งไฟแสน บั้งไฟล้าน ก็จะเอารูมากขึ้นขอรับ
ใน การทำหางนั้นต้องเลือกไม้ไผ่ลำที่ขนาดพอ
ทำจนได้หางที่ตรงตามที่ต้องการ
ลองสัง เกตุดี ๆ จะเห็นมีไม้คั่นกลางระหว่างหางกับเลา ชิ้นนี้เราเรียกว่าหนวดกุ้งครับ