
แม่ศรีเอย
กาลบัดนี้ แผ่นดินสยามเดินทางมาถึงจุดเพิ่มเติมในประวัติศาสตร ์ว่ามีเหตุแห่งความขัดแย้งเกิด ขึ้นในอาณาจักร มันเป็นเพียงเรื่องธรรมดาของมวลมนุษย์ปกติของสังคม มันมีมาแล้วทุกยุคทุกสมัยมีการ จดบันทึกผ่านกาลเวลา มีเรื่องราวร่องรอยผ่านซากอารยธรรมทิ้งไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา แต่ไม่เคยทำความเข้าใจให้ตรงจริง เพราะมันก็เกิดซ้ำซากอีก หรือแตกต่างจากเดิมไปไม่กี่องศา แต่ก็ด้วยเหตุผลเดิม
นครแก่นขามตกอยู่ในสถาวะฉุกเฉิน เช่นเดียวกับอีกหลายนครใน สยามประเทศ มีประกาศพระราชกำหนดปกครองแผ่นดินในสภาวการณ์ฉุกเฉินออกมาใช้
ห้ามออกนอกเคหะสถานยามวิกาล บ้านเมืองเงียบเชียบ ถนนหนทางโล่งไร้รถรา เสาไฟถนนส่องแสงสลัวยืนต้นอ้างว้าง มีเหล่าต้นคูณเคียงข้างร้องเพลงประสานเสียงกับสายลมให้ฟัง บทเพลงสายฝน
สัปดาห์นี้ฝนตกทุกวัน ที่คุ้มหลวงฯ ของเราลมแรงนัก ให้เป็นห่วงต้นจำปีของแม่นาย ว่าจะยืนต้นสู้แรงลมฝนได้หรือไม่ ได้แต่อธิษฐาน ขอให้มวลพฤกษาแม่นายแข็งแกร่ง อดทนจนได้เติบใหญ่สง่างามเยี่ยงแม่นายด้วยเถิด ช่วงนี้น้ำขึ้นบัวก้านยาวแข่งกัน ยืดตัวขึ้นเหนือน้ำ
แม่บ้านที่คุ้มฯ ต้มเม็ดบัวมาให้กิน เห็นแล้วคิดถึงนางเหลือเกิน ดอกบัวบานมาแล้วกี่รุ่น จนกลายเป็นฝักบัวเปลี่ยนเป็นเม็ด บัว โรยราร้างเหมือนนางที่ห่างไกล ไปทุกที ป่านนี้นางอยู่ที่ไหน ดีร้ายประการใด ทุกข์ร้อนไฉน ใครจักเป็นผู้ดูแล แม่ศรีฯ เอย แม่ศรีเลือนลาง แม่นางห่างร้าง แม่อยู่ทางใด
คืนนี้ฝนตกหนัก ลมฝนหอบไอชื้นและกลิ่นหอมของดอกจำปีเข้ามาพร้อมละอองฝนเย็น ๆ ชายหนุ่มเจ้าของเรือนหลวงบุญสร้าง เรือนไม้สักหลังงามกลางสวนไม้ดอกหอมพุทธบูชา พาตัวเองลุกจากเสื่อกกผืนงามกลาง เรือนกว้าง หลังจากที่นั่งสมาธิเข้าฌาณนิ่งมาตั้งแต่หลังเพลจนล่วงเข้าห้าทุ่ม ลุเข้าสู่ยามนี้สายลมพาน้ำฝนผ่าน หน้าต่างเข้ามาเปียกพื้นกระดาน เรือน ชายหนุ่มเดินไปปิดหน้าต่างก่อน จะเดินออกมาระเบียงหน้าเรือ นเพื่อแผ่เมตตาให้สรรพชีวิ ตในอาณาเขตคุ้มหลวงฯ และทุกสรรพชีวิตในสากลจักรวาล
"ขออานิสงค์แห่งการสักการะบูชา พระรัตนไตย และด้วยจิตอนุโมทนาในกุศลที่ทุกผู้ทุกนามได้สร้างทำ ขอให้กลายเป็นพลังเกื้อกูลให้ท ุกดวงจิตผ่องใสชื่นบาน สำเร็จสุขทุกประการที่มุ่งหวัง ล่วงทุกข์สร่างโศกที่กำลังเผชิญด้วยเถิด
25 พฤษภาคม 2010 เวลา 21:47 น.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น