** *ต่อให้ลำบากแสนเข็ญ ยากเย็นเพียงใด อ้ายจักเพียรเฝ้าตามหาเจ้า อ้ายจักพาเจ้ากลับคืนสู่เรือนเรา
แม่หญิงผู้เป็นที่รักเอย อย่าได้หวาดกลัวสิ่งใดเลย ด้วยดวงจิตแห่งความภักดีต่อปฐพีนี้ และด้วยดวงจิตรักมั่นที่มีต่อเจ้า ไม่ว่าจักต้องใช้อะไร สิ่งใด แรงกาย แรงใจ กำลังสติปัญญาแค่ไหน ฤาเวลาเนิ่นนานเท่าใด อ้ายขอสาบานต่อองค์พระแก้วปฏิมา พระบางรัตน และพระคำนพคุณ ว่า "ข้าน้อยฯจักพาท่านทั้งสามและแม่หญิงผู้เป็นที่รักยิ่งดั่งดวงใจของข้าน้อยฯ กลับคืนสู่มหามาตุภูมิให้จงได้ ไม่ว่าจักมีเหตุใดขวางกั้น จักกี่ภพกี่ชาติชั่วกัปชั่วกัลป์ ข้าจักทำจนสำเร็จเป็นแม่นมั่นแน่แท้" บุรุษร่างสูงใหญ่กำยำเยี่ยงชายชาติทหารผู้มีรอยสักรูปพญานาคที่หน้าอก แผ่นหลัง และต้นแขน ท่อนบนเปลือยเปล่า ท่อนล่างมีเพียงหยักรั้งสีคล้ำ บนหัวคาดผ้ามงคล ใช้สองแขนโอบกอดด้านหลังหญิงร่างงามไว้แนบอก สายน้ำของตรงหน้านิ่งสงบราบเรียบสุดหยั่งถึง ไม่ต่างอะไรกับใจคนในอ้อมแขน "แม่หญิงช่างกล้าหาญและมีหัวใจยิ่งใหญ่นัก กับพันธกิจข้ามภพข้ามชาติครั้งนี้"
"เราต้องทำ" นางหันหน้ามาเผชิญกับทหารหนุ่มตรงๆ "เราสัญญา ไม่ว่าจักยากเย็นแสนข็ญเท่าใดจักต้องแลกกับสิ่งไหน เราจักนำสมบูรณ์พูนสุขกับคืนสู่แผ่นดินของเราให้จงได้" นางหยิบเอาดาบที่ปักอยู่บนหาดทรายบนเกาะแท่นกลางลำน้ำของขึ้นมาแล้วเดินลงไปในแม่น้ำจนสายน้ำอยู่ระดับเอว "เราพร้อมแล้ว อย่าให้เลือดเราตกต้องแผ่นดิน" เสียงอ่อนหวานแต่ทรงพลังเหมือนลอยมาจากที่แสนไกล
บุรุษร่างสง่าหลับตา แม้จักเคยฝ่าสมรภูมิใดๆมานับร้อยก็มิอาจห้ามใจมิให้เจ็บปวดกับเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดครั้งนี้ได้ แต่ด้วยจิตและวิญญาณตั้งมั่น ต่อภาระยิ่งใหญ่ที่ต้องทำ ข่มใจตัดความรู้สึกทั้งมวลคุกเข่าลงตรงหน้าถุงย่ามใบย่อมที่ใส่พระค่าควรเมืองไว้สององค์ อัญเชิญขึ้นสะพายบ่า เดินลุยน้ำลงไปหานางจนถึงระยะห่างจากนางหนึ่งวา นางยื่นดาบให้เขา แล้วยกมือพนมขึ้นกลางอก ***ขอสายน้ำแม่ของจงเป็นสักขีพร้อมมารับเครื่องบัดพลีด้วยเลือดและชีวิตของเรา ธิดาแห่งสกุลหลวงฯ ขอจงดลบันดาลให้ภารกิจของเราได้เสร็จสมบูรณ์โดยดี ให้เราได้อัญเชิญพระคู่เมืองเรากลับแผ่นดินเราได้ทั้งสามองค์ ให้เราได้นำความรุ่งเรืองผาสุขกลับคืนสู่แผ่นดินของเราได้ก่อนสายน้ำมหานทีแม่ของจักแห้งเหือดหาย ด้วยเถิด หากแม้นเรามิอาจทำได้สำเร็จ ขอให้วิญญาณของเราถูกจองจำให้ทุกข์ทรมานอยู่ในภพภูมิมนุษย์ อย่าได้พบเจอทางสว่างหนทางไปสู่พระนิพพาน จนกว่าจะเสร็จสิ้นพันธกิจแห่งวิญญาณนี้ ***
ทหารหนุ่มเงื้อดาบขึ้นสุดแขนฟาดลมแหวกอากาศฟันฉับลงที่ก้านคอระหง เลือดเป็นสายสีดำในความมืดไหลละลายไปกับสายน้ำยามค่ำคืน ร่างไร้หัวของนางค่อยๆล้มลงไปในสายน้ำ ชายหนุ่มโผเข้าคว้าหัวของนางที่กระเด็นไปไกลร่างแล้วค่อยหันกลับมาช้อนเอาร่างไร้หัวของนางมากอดไว้ เอาหัวนางวางไว้บนตัวนาง สองแขนอุ้มนางไว้แนบอกน้ำตาลูกผู้ชายไหลพราก ในคืนเดือนมืดฟ้าหม่นไร้แม้แสงดาว สิ้นแล้วทุกสิ่ง ไม่มีเหลือแล้วสิ่งใด มีเพียงร่างไร้วิญญาณและลมหายใจของหญิงผู้เป็นที่รัก กับตัวเขาและห้วงคำนึงกลางลำน้ำของ บ้านเรือนถูกเผาสิ้น แผ่นดินสิ้นเจ้าครอง พี่น้องล้มตายจาก น้ำตาและความพลัดพรากเกิดขึ้นทุกหย่อมหญ้า ไร้สิ้นดินแดนให้อาศัย เผ่าพงษ์ของคนแผ่นดินนี้ศรัทธาในพุทธศาสนาแน่นแฟ้น อยู่ในศีลแน่นหนัก มีหัวใจรักเคารพต่อธรรมชาติดั่งบุตรเคารพมารดา มิเคยคิดคดรุกรานทำร้ายผู้ใด แล้วกรรมใดที่ทำให้ต้องมามีชะตาเยี่ยงนี้ แม่พระธรณีจงเมตตาแม่ของนทีจงกรุณาผืนฟ้าจงปราณี ขอแผ่นดินนี้กลับคืนสู่ผู้เป็นเจ้าของเดิมด้วยเถิด สองแขนยังคงกอดร่างนางแน่น สองขาพานางเดินลงสู่ลำน้ำของ ลึกลงๆๆๆ...น้ำตาเป็นสายจากหัวใจไหลผ่านตาไหลไปรวมกับสายน้ำแม่ของ ทั้งคู่ค่อยๆกลืนหายจมไปกับสายน้ำกว้างใหญ่ จมหายไปสู่เมืองพญานาคใต้ลำน้ำแม่ของ ทิ้งไว้เพียงผิวน้ำนิ่งสนิทสงบไหลเอื่อยมินำพาหวั่นไหวต่อสิ่งใด แม่ของเอย... ลำน้ำแห่งชีวิต ... แล้ววันหนึ่ง เราจักกลับมา ...
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น